ผมคิดว่าทุกคนน่าจะรู้จัก Google กันอยู่แล้วว่าเป็นระบบค้นหา (Search Engine) ที่เราสามารถหาคำตอบอะไรก็ได้ที่เราต้องการ แล้ว Google Ads ล่ะคืออะไรสามารถทำอะไรได้บ้าง แล้วจะช่วยในเรื่องการตลาดได้อย่างไร แล้วเกี่ยวข้องอะไร Goolgle Search ?
ในบทความนี้ผมจะแนะนำเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่ทรงพลังตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ที่ชื่อว่า Google Ads
Google Ads คืออะไร?
Google Ads เป็นแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ ของบริษัท Google ที่มีบริการหลากหลายเช่น Google search, Gmail, YouTube ผู้ลงโฆษณาสามารถโฆษณาสินค้าหรือบริการของตนเอง ผ่านการแสดงโฆษณาบนหน้าผลการค้นหาของ Google และบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Google เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการตลาดออนไลน์ เนื่องจากมีความสามารถในการเป้าหมายโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง และควบคุมงบประมาณการโฆษณาได้อย่างละเอียด
โฆษณา Google แสดงผลที่ไหน
หลายคนอาจจะสงสัยว่า Google Ads หน้าตามันเป็นยังไงกันแน่ หรืออาจจะเคยได้ยินว่าจ่ายค่าโฆษณาเป็นคลิก จริงๆ แล้วโฆษณา Google Ads ไม่ได้เก็บเงินในรูปแบบของการคลิกอย่างเดียว ยังมีการเก็บเงินในรูปแบบของ จำนวนครั้งในการแสดงผลด้วย Google Ads สามารถแสดงผลได้ใน 5 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้
1. Google Search ในรูปแบบผลการค้นหา
โฆษณาของคุณจะปรากฏบนหน้าผลการค้นหาของ Google Search เมื่อผู้คนค้นหาคำคีย์เวิร์ดเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือสินค้าของคุณ.โฆษณาแสดงผลในบริเวณด้านบนของหน้าผลการค้นหา ในส่วนนี้ระบบ Google Ads จะเก็บเงินในรูปแบบการคลิก (Pay-Per-Click) โดยคุณจะถูกเก็บค่าโฆษณาเมื่อมีการคลิกที่โฆษณาของคุณ วิธีสังเกตง่ายๆคือ จะมีคำว่า Sponsored อยู่ด้านบนของผลการค้นหาแต่ละเว็บไซต์
2. Google Display Network
โฆษณาจะแสดงผลบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่เป็นพาร์ทเนอร์หรือเว็บไซต์พันธมิตร (Google Partner) กับ Google โดยรูปแบบของโฆษณาจะมีความหลากหลาย ทั้งภาพ, วิดีโอ, แบนเนอร์, และข้อความ สามารถแสดงผลผสมกันได้ โดยส่วนนี้จะเป็นการเรียกเก็บเงินในรูปแบบการแสดงผล (Pay-Per-Impression) หรือ CPM (Cost-Per-Thousand Impressions). การพัฒนารูปแบบนี้มักให้แสดงผลตามหมวดหมู่ความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
3. Youtube
Google Ads ทำให้คุณสามารถโฆษณาบน YouTube ได้ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก.คุณสามารถแสดงโฆษณาในรูปแบบวิดีโอให้แสดงผลก่อน หรือระหว่างวิดีโอที่กลุ่มเป้าหมายกำลังรับชม ในส่วนนี้คุณจ่ายเงินเมื่อผู้ชมคลิกเพื่อดูวิดีโอของคุณหรือคลิกลิงก์ของคุณ และยังรวมไปถึงหน้า Youtube Feed อีกด้วย
4. Gmail
Google Ads สามารถโฆษณาในกล่องจดหมาย Gmail ของผู้ใช้ Gmail โฆษณาอาจปรากฏในแท็บ “โฆษณา” ใน Gmail หรือเป็นแบบโฆษณาแสดงผลในอีเมลที่เป็นส่วนตัวของผู้ใช้
5. Google Map
Google Ads สามารถโฆษณาในกล่องจดหมาย Gmail ของผู้ใช้ Gmail โฆษณาอาจปรากฏในแท็บ “โฆษณา” ใน Gmail หรือเป็นแบบโฆษณาแสดงผลในอีเมลที่เป็นส่วนตัวของผู้ใช้
6. Google Shopping
เป็นส่วนหนึ่งของ Google Ads ที่จะแสดงผลในหน้าผลการค้นหา Google Search หาก Keyword นั้นเป็นสินค้าที่สามารถซื้อขายได้บนร้านค้าออนไลน์ เช่น รองเท้า กระเป๋า เสื้อ โดยจะแสดงรูปภาพสินค้า, ราคา, และข้อมูลเพิ่มเติม แล้วยังสามารถคลิกเพื่อไปซื้อสินค้ายังร้านค้าที่ขายสินค้านั้นได้ในทันที
Google Ads สามารถเลือกอะไรได้บ้าง
คีย์เวิร์ดค้นหา (Keyword) เป็นส่วนหนึ่งของ Google Ads ที่จะแสดงผลในหน้าผลการค้นหา Google Search หาก Keyword นั้นเป็นสินค้าที่สามารถซื้อขายได้บนร้านค้าออนไลน์ เช่น รองเท้า กระเป๋า เสื้อ โดยจะแสดงรูปภาพสินค้า, ราคา, และข้อมูลเพิ่มเติม แล้วยังสามารถคลิกเพื่อไปซื้อสินค้ายังร้านค้าที่ขายสินค้านั้นได้ในทันที
รูปแบบของโฆษณา (Ads Type) สามารถเลือกประเภทและรูปแบบของโฆษณาที่ต้องการได้เช่น โฆษณาข้อความ, โฆษณารูปภาพ, โฆษณาวิดีโอ, ตามวัตถุประสงค์ของคุณ
ตำแหน่งการแสดงผลโฆษณา (Section, Ads Placement) สามารถเลือกตำแหน่งการแสดงผลได้ตามตำแหน่ง 6 ตำแหน่งที่เราได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้
พื้นที่เป้าหมาย (Location) สามารถเลือกพื้นที่เป้าหมายที่คุณต้องการแสดงโฆษณา, ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาค, เมือง, หรือพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจง. ได้ทั้งตามขอบเขตพื้นที่ และรัศมีจากจุดศูนย์กลาง
ภาษา (Language) เป็นการกำหนดภาษาของกลุ่มเป้าหมาย โดยพิจารณาจากการตั้งค่าภาษาของอปุกรณ์ของผู้ใช้และภาษาของเว็บไซต์
กลุ่มเป้าหมาย (Audiences) คุณสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้หลายรูปแบบ ทั้งช่วงอายุ และเพศ สถานภาพ การศึกษา ความสนใจ รวมไปถึงเว็บไซต์ที่คนนั้นเคยเข้าชมก็สามารถเลือกได้
รูปแบบการเก็บค่าโฆษณา
การเสนอราคาด้วยต้นทุนต่อคลิก (CPC – Cost-Per-Click) ในรูปแบบนี้จะขึ้นอยู่กับคีย์เวิร์ดที่เราซื้อว่ามีการแข่งขันมากน้อยแค่ไหน จะเกิดค่าใช้จ่ายเมื่อมีการคลิกที่โฆษณาเท่านั้น ราคาที่จ่ายต่อคลิกจะขึ้นอยู่ราคาที่เสนอ การแข่งขันและคะแนนคุณภาพของโฆษณา
การเสนอราคาด้วยต้นทุนต่อแสดงผล (CPM – Cost-Per-Thousand Impressions) ในรูปแบบนี้คุณเสนอราคาสำหรับการแสดงผลโฆษณาของคุณ 1,000 ครั้ง โดยไม่คำนึงถึงการคลิก. รูปแบบนี้เหมาะสำหรับการสร้างการรับ รู้การมองเห็น และการจดจำแบรนด์ในการโฆษณา ยิ่งราคาต่อการแสดงผลถูกลงเท่าไร ก็จะทำให้ได้จำนวนคนเห็นมากขึ้น
การเสนอราคาด้วยต้นทุนต่อการดู (CPV – Cost Per View) รูปแบบนี้ถูกใช้โดยเฉพาะในการโฆษณาวิดีโอบนแพลตฟอร์มอย่าง YouTube เป็นค่าโฆษณาต่อผู้รับชมวิดีโอ 1 ครั้ง
ข้อดี ข้อเสียของ Google Ads มีอะไรบ้าง?
ข้อดีของ Google Ads
- ใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถทำการโฆษณาเว็บไซต์ของเราได้แล้ว
- เลือก Keyword ที่ต้องการได้ไม่จำกัด
- สามารถกำหนด Title Description ของโฆษณาได้
- เลือกตำแหน่งโฆษณาได้หลากหลายตามต้องการแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเสนอราคาและคู่แข่งด้วย
- กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้
- มีรูปแบบการวัดผลที่แน่นอน เช่น มีคนเข้าชมเว็บไซต์กี่คน จากพื้นที่ไหน จากคำโฆษณา หรือคีย์เวิร์ดใด หรือช่วงเวลาใด
- เว็บไซต์เป็นที่รู้จักมากขึ้น และได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
ข้อเสียของ Google Ads
- ต้องมีเว็บไซต์ก่อนจึงจะลงโฆษณาได้
- การแข่งขันสูง
- ราคาของ Keywords ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับการแข่งขันในแต่ละช่วงเวลาหรือฤดูกาล
- เสียค่าบริการให้กับ Google ตามจำนวนครั้งที่โฆษณาถูกคลิก จากผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ โดยไม่คำนึงว่าลูกค้านั้นจะสั่งซื้อหรือใช้บริการของคุณหรือไม่
- ปรับแก้ไขโฆษณายากหากวิเคราะห์ค่าต่างๆ ของระบบไม่เป็น
จะเห็นได้ว่า Google Ads เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย สามารถเพิ่มโอกาส ในการขายสินค้าและบริการ และสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสให้ผู้คลิกเป็นลูกค้า ที่สนใจผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ

